นภพัฒน์จักษ์ : ทำไมต้องเรียนกับมืออาชีพ?
สุทธิชัย : ต้องเรียนกับมืออาชีพ เพราะว่าจบไปแล้วจะได้มีอาชีพ และเราเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่ ห้องเรียนติดอกับห้องข่าว ฉะนั้นเมื่อเดินออกจากห้องเรียน เลี้ยวซ้าย - เลี้ยวขวาก็เจอห้องข่าวเลย และนักศึกษาจะได้รับโอกาสที่จะเข้าไปทำงานจริง อย่างที่มืออาชีพได้ทำ การเรียนนิเทศศาสตร์ที่ผ่านมาหลายสิบปีของประเทศไทย ผมเองเคยเจอว่า คนที่จบ ปริญญาตรี 4 ปี จากคณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ มาสมัครงาน เชื่อไหมครับว่าต้องสอนใหม่หมดเลยเพราะว่าเค้าไม่เคยเห็นของจริงเลย ไม่เคยเขียนข่าวแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่เคยถ่ายวีดีโอคลิปแม้แต่ตัวเดียวเพราะสิ่งที่เรียนผ่านมาก็คือ ทฤษฎีที่อาจารย์สอน สอบผ่านก็เพราะท่อง ใช้ทฤษฎีที่แปลจากต่างประเทศบ้าง ที่อาจารย์เขียนขึ้นมาบ้าง แต่ว่าจบไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่สามารถจะบอกตัวเองได้ว่า อยากเป็นนักข่าวสายไหน เช่นสมมุติว่า อยากเป็นนักข่าว อยากเป็นพิธีกร ก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่า ตัวเองเก่งทางด้านไหน เพราะว่ายังไม่เคยได้ลงสนามจริงๆ แต่ที่ มหาวิทยาลัยเนชั่น นักศึกษาเราได้ทำจริง เช่น ทำข่าวน้ำท่วม ข่าวเลือกตั้ง ได้มีโอกาสออกไปทำข่าวการเมือง ข่าวหาเสียง ได้ตามนักข่าวตัวจริงออกไปสัมภาษณ์เอง และได้ถ่ายวิดีโอคลิปเอง ถ้าเป็นคนที่จบ 4 ปีแล้วจากนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ที่อื่นๆ ทำไม่ได้แบบนี้ ต้องฝึกอีกซัก 1-2 ปี และก็ไม่แน่ใจว่าฝึกอีก 1-2 ปี จะทำแบบนี้ได้หรือเปล่า ฉะนั้นที่นี่เราต้องการที่จะให้นักศึกษาตั้งแต่ ปี 1 มีความคล่อง มีความเข้าใจ มีความใฝ่รู้ และอยู่กับมืออาชีพในทุกขั้นตอน และพอเค้าขึ้นปี 2 เค้าก็จะรู้แล้วว่า เค้าอยากเป็นอะไร เค้าก็จะทุ่มเท และให้เวลาไปศึกษาเรื่องนั้นโดยละเอียด และเชื่อว่านักศึกษาทุกคนเมื่อเรียนจบก็ได้งานทำทั้งหมด
อดิศักดิ์ : จริงๆ ตอนนี้น้องๆ ปี 1 ก็ได้ทำงานแล้ว เพราะเราได้ให้มีการตั้งทีม ชื่อ "แซ่บระวังภัย" ซึ่งเป็นนักศึกษาปี 1 ของ ม.เนชั่น เพื่อทำรายการออกช่องระวังภัย อาทิตย์ละครั้ง
สุทธิชัย : เวลาที่มืออาชีพจะทำสิ่งใดก็จะทำการวิเคราะห์ เจาะลึก โดยจะต้องคิดว่าอะไรที่สื่ออย่างเราจะต้องให้กับประชาชนมากขึ้น นักศึกษาจะขึ้นมาฝึกเรียน ฝึกทำ ก็จะกระจายไปเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ที่เค้าพึงจะทำได้ บางคนก็ไปทำข่าวสายการเมือง บางคนสายเศรษฐกิจ บางคนอาจจะอยากตัดต่อ บางคนอาจจะอยากเป็นโปรดิวเซอร์ พิธีกร หรือนักภาคข่าวกีฬา เป็นต้น ซึ่งทำได้หมด เพราะนิเทศศาสตร์จากนี้ไปจะไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องข่าวอย่างเดียว บันเทิงก็ได้ เพราะใน NBC คือบริษัททางด้าน broadcasting จะขยายตัวออกไปทางด้านข่าว ด้านบันเทิง

นภพัฒน์จักษ์ : Nation Multimedia เป็นองค์กรสื่อ ทำสื่อมา แล้วทำไมถึงมี มหาวิทยาลัยเนชั่นครับ?
ธนะชัย : เพราะเราเป็นสื่อ เราจะต้องรู้ว่าเราจะใส่สื่อย่างไรให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นการที่จะก้าวไปสู่สังคมแห่งปัญญา เราจึงจัดตั้งมหาวิทยาลัยเนชั่นขึ้น เนชั่นเองนั้นเรามีความถนัด เช่น เราทำทีวี สิ่งพิมพ์ ซึ่งเรามีกรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริหารธุรกิจ การบริหารบุคคล การจัดการ ดังนั้นเราจึงเปิด สาขาบริหารธุรกิจ
สุทธชัย : แคมปัสที่ลำปางก็จะคึกคัก เพราะเราจะขยายสาขาให้กว้างขวางครอบคลุม และ เราจะยกทีมไปสอน โดยเฉพาะ หนึ่งเรามีสถาบันภาษาอังกฤษ เมื่อเราเดินก้าวแรกเข้ามาในมหาวิทยาลัย ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษ ฉะนั้นจบปี 4 ภาษาอังกฤษต้องเก่ง สองคือ ไม่ว่าคุณจะเรียนสาขา วิชาชีพไหนจากเนชั่น คุณต้องเป็นนักสื่อสารอันดับต้นๆ คือ พูดเก่ง เรียงความคิดได้ สามารถพูดในที่สาธารณะได้ ไม่ว่าจะอยู่หน้าจอทีวี หรือจะไปพูดอธิบายอะไรก็ตาม คุณจะทำงานตำแหน่งอะไรก็ตามคุณจะเป็นแกนนำขององค์กรนั้นในการสื่อความหมายเพราะเราจะสอนให้สื่อความหมายให้เป็น และจะสื่อความหมายตั้งแต่ระหว่างเรียนปี 1-4 และที่สำคัญคือจะได้รับโอกาส สามารถที่จะยืนอธิบาย พูด ซึ่งเป็นทักษะพิเศษที่นักสื่อสารมวลชนจะต้องมี คือ รู้ประเด็น แยกประเด็น และจะต้องมีความสามารถสื่ออกไปได้อย่างน่าฟัง อย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ
"เราจะเลือกคุณ เพราะถ้าคุณเข้ามาเรียนที่นี่ คือเราเลือกแล้ว" เพราะเราต้องการคนที่ตั้งใจเรียนจริงๆ คนที่ต้องการจะเป็นนักสื่อสารมวลชนจริงๆ และเป็นคนที่จบแล้วต้องทำอาชีพที่ตัวเองอยากทำจริงๆ
ปีนี้นักศึกษาจะได้รับ Galaxy Tab เพื่อมาใช้ในการเรียนการสอน เพราะเราจะเรียนด้วยอุปกรณ์ และเทคโนโลยีล่าสุด จะต้องสามารถใช้ Tablet ในการเรียน การทำรายการ การอัด การตัดต่อ สัมภาษณ์ โดยอาจารย์จะตัดสินจากผลงานที่เด็กๆทำผ่าน Tablet

นภพัฒน์จักษ์ : จะมีการฉีดความเป็นมืออาชีพให้กับน้องๆ มหาวิทยาลัยเนชั่น วิธีไหนบ้าง?
อดิศักดิ์ : สิ่งสำคัญคือ "การเรียนรู้จากประสบการณ์" ที่นี่เราแทบจะฝึกงานทุกวัน มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักศึกษาที่อยู่ใน facebook เรามีมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา คำแนะนำ เรายังมือทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือครบครัน รวมถึงบรรดามืออาชีพจะคอยเสริมเรื่องประสบการณ์ ทักษะทางความคิด
นภพัฒน์จักษ์ : ในห้องเรียน มีการสร้างบรรยากาศอย่างไรบ้าง?
สุทธิชัย : บรรยากาศเป็นกันเองมาก และอยากให้นักศึกษารู้สึกว่าเหมือนการเรียนกับเพื่อนๆ บางครั้งนักข่าวก็ไปสอน และผมก็สอนเองด้วย สิ่งที่นักศึกษา ม.เนชั่นจะได้ คือมีอะไรที่เป็นกระแสอยู่ เราต้องทันสมัยและตามให้ทัน
นภพัฒน์จักษ์ : ผมเชื่อจริงๆว่า น้องๆปี 1 "ถ้าอยากทำ ได้ทำ"
สุทธิชัย : ในอนาคตจะมี E-book มา รุ่นนี้จะได้เรียนวิธีทำ E-Book จาก print สู่ website สู่ Blog การเขียน Application และการใช้ application
ถ้าเป็นที่มหาวิทยาลัยอื่นจะเริ่มนับ 1 ตอนจบปี 4 แต่เรียนกับมหาวิทยาลัยเนชั่น เรานับ 1 ตั้งแต่ปี 1 เวลาเราไปสัมภาษณ์งาน เราสามารถทำให้เค้าดูได้เลย และเค้าจะทึ่ง นี่คือหลักที่สำคัญที่เราจะสร้างมหาวิทยาลัยเนชั่นให้เป็นมืออาชีพจริงๆ คือ "ทำงานได้ ก่อนจบ"


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก